ปราสาทฮิเมะจิ

ปราสาทฮิเมะจิ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ภาษาญี่ปุ่น: 姫路城 Himeji-jo, Himeji Castle

เป็นปราสาทรูปแบบญี่ปุ่น ที่ตั้งสง่าอยู่ในเมืองฮิเมะจิ จังหวัดเฮียวโงะ เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียวที่หลุดรอดมาจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฮันชิง เมื่อพ.ศ. 2538 ปราสาทฮิเมะจิได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกและสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2536 ถือว่าเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่สวยสดงดงามที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยอีก 2 แห่งที่เหลือคือ ปราสาทมะสึโมะโตะ และปราสาทคุมะโมะโตะ และยังเป็นปราสาทที่มีผู้มาเที่ยวเยี่ยมชมมากที่สุดในญี่ปุ่น  และชาวญี่ปุ่นนิยมเรียกในชื่อว่า ปราสาทนกกระสาขาว ซึ่งมีที่มาจากพื้นผิวปราสาทภายนอกซึ่งมีสีขาวสว่างสะไหว ในปัจจุบันปราสาทฮิเมะจิได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นและมรดกโลกไปแล้ว

สถาปัตยกรรม

ปราสาทฮิเมะจิ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ปราสาทฮิเมะจิเป็นของปราสาทญี่ปุ่นที่สมบูรณ์ ด้วยมีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมและยุทโธปกรณ์ครบตามองค์ประกอบของแบบปราสาทญี่ปุ่น ทั้งฐานหินสูง กำแพงสีขาว และอาคารต่างๆในบริเวณปราสาทถือได้ว่าเป็นมาตรฐานตามองค์ประกอบของปราสาทญี่ปุ่นโดยแท้จริง  และรอบๆ ปราสาทยังมีเครื่องป้องกันอีกมากมาย  เช่น  ช่องใส่ปืนใหญ่ รูสำหรับโยนหินออกนอกปราสาท

จุดเด่นหลักๆ ของปราสาทอย่างหนึ่งคือ ทางเดินสู่อาคารหลักซึ่งสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต  ทั้งประตูและกำแพงต่างๆในปราสาทได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อป้องกันศัตรูไม่ให้บุกรุกเข้าถึงได้ง่ายๆ  โดยทางเดินมีรูปแบบเป็นวงก้นหอยรอบๆอาคารหลัก และระหว่างทางก็จะพบทางตันอีกมากมาย ระหว่างที่ศัตรูกำลังหลงทางอยู่นี้ก็จะถูกโจมตีจากข้างบนอาคารหลักได้โดยสะดวก แต่อย่างไรก็ตาม ปราสาทฮิเมะจิก็ยังไม่เคยถูกโจมตีในลักษณะแบบนี้เลย ระบบการป้องกันต่างๆ จึงยังไม่เคยถูกใช้งานเลยก็ว่าได้

ประวัติ

ปราสาทฮิเมะจิ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ในปี 1346 อะกะมะสึ ซะดะโนะริ ได้วางแผนที่จะก่อสร้างปราสาทขึ้นที่เชิงเขาฮิเมะจิที่ซึ่งอากามัตสึ โนริมุระ ได้สร้าง วัดโชเมียวขึ้น  หลังจากอากามัตสึเสียชีวิตในสงครามคาคิทสึ ตระกูลยามานะได้เข้าครอบครองปราสาท แต่หลังจากสงครามโอนิน ตระกูลอากามัตสึก็ยึดปราสาทกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาในปี 1580 โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ ได้เข้ามาเป็นผู้ปกครองปราสาทแทน และมีการสร้างหออาคารหลักสูง 3 ชั้น ดำเนินการโดยคุโรดะ โยชิทากะ

หลังจากสงครามเซกิงาฮาราเมื่อปี ค.ศ. 1601 โทะกุงะวะ อิเอะยะสุได้ยกปราสาทฮิเมะจิให้แก่อิเคะดะ เทะรุมะซะ อิเคดะได้ดำเนินการต่อเติมปราสาทเป็นเวลา 8  ปี จนเป็นรูปแบบอย่างที่เห็นได้ในปัจจุบัน ส่วนต่อเติมส่วนสุดท้าย คือ วงเวียนด้านตะวันตก เสร็จสมบูรณ์ในปี 1618

เมื่อสิ้นสุดยุคเอโดะ ปราสาทฮิเมะจิเป็นหนึ่งในสมบัติชิ้นสุดท้ายของไดเมียว โทะซะมะ ขณะนั้นปราสาทถูกปกครองโดยทายาทของซะกะอิ ทะดะซุมิ จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่ยุคเมจิเมื่อ ปี ค.ศ. 1868 รัฐบาลใหม่ของญี่ปุ่นได้ส่งกองกำลังภายใต้การบังคับบัญชาของทายาทของอิเคดะ เทะรุมะซะ เข้าบุกเข้าปราสาท และขับไล่ผู้ปกครองออกไป

ปราสาทฮิเมะจิถูกทิ้งระเบิดในปี ค.ศ. 1945 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบแล้ว แม้ว่าพื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่จะถูกเผาทำลาย แต่ปราสาทยังคงตั้งอยู่ได้โดยแทบไม่เสียหายใดๆ ทั้งสิ้น

มรดกโลก

ปราสาทฮิเมะจิได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 17 เมื่อปี พ.ศ. 2536 ที่เมืองการ์ตาเฮนา ประเทศโคลอมเบีย ด้วยข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังต่อไปนี้

- เป็นตัวแทนในการแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์

- เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ที่มา: วิกิพีเดีย

Posted in สิ่งมหัศจรรย์ Tagged , , ,

กำแพงเมืองจีน

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก กำแพงเมืองจีน

กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

กำแพงเมืองจีน  ชื่อภาษาจีนแบบเต็ม 長城  ภาษาจีนตัวย่อ 长城  ออกเสียงว่า พินอิน  Chángchéng ฉางเฉิง ชื่อทางภาษาอังกฤษว่า Great Wall of China  ซึ่งเป็นกำแพงที่มีป้อมปราการคั่นเป็นช่วง ๆ  กำแพงส่วนมากที่เห็น ณ ปัจจุบันได้ถูกทำขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกฮันส์ หรือชนเผ่า ซยงหนู (Xiongnu) คำว่า ซยงหนู บางทีก็สะกดว่า ซุงหนู หรือ ซวงหนู ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอารยธรรมจีนในยุคสมัยต้นๆ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว หรืราวๆ 400 ปีก่อนคริสตกาลนู้น  เพราะเนื่องจากจะเข้ามารุกรานจีนตามแถวแนวชายแดนทางเหนือของจีน ในสมัยราชวงค์ฉินได้ออกคำสั่งให้จัดทำกำแพงหมื่นลี้ตามชายแดน เพื่อป้องกันพวก ซยงหนู เข้ามารุกราน และพวกเติร์กจากทางเหนือ ต่อจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่าทะลวงกำแพงเมืองจีนได้เป็นสำเร็จ

กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

กำแพงเมืองของจีนยังคงเรียกว่า กำแพงหมื่นลี้ ชื่อภาษาจีนตัวเต็ม  萬里長城  ชื่อภาษาจีนตัวย่อ 万里长城  พินอิน  Wànlĭ Chángchéng ว่านหลี่ฉางเฉิง สำนักงานมรดกวัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ได้ประกาศในวันที่ 6 มิถุนายน 2555 ว่า นักโบราณคดี ได้สำรวจวัดความยาวของสิ่งก่อสร้างจากมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ “กำแพงเมืองจีน” อย่างเป็นทางการเป็นเวลานานร่วม 5 ปี ตั้งแต่ 2008 จนถึง 2012 และยังพบอีกว่ายาวกว่าที่จดบันทึกไว้เดิมกว่าถึง 2 เท่าตัวด้วยกัน หรือ 21,196.18 กิโลเมตร จากเดิม 8,850 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 15 มณฑลทั่วประเทศ   และนับเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย มีความเชื่อกันว่า หากมองเมืองจีนจากนอกโลกจะสามารถเห็นกำแพงเมืองจีนได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถที่จะมองเห็นจากอวกาศได้

กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ระยะเวลาในการสร้างกำแพงเมืองจีน

กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นในระยะเวลา 4 ช่วงหลัก ๆ ดังนี้

พ.ศ. 338 (ราชวงศ์ฉิน) 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

พ.ศ. 443 (ราชวงศ์ฮั่น)

พ.ศ. 1681 – 1741 (สมัย 5 ราชวงศ์ 10 อาณาจักร)

พ.ศ. 1911 – 2163 (รัชสมัยจักรพรรดิหงอู่ ต้นราชวงศ์หมิง)

กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ประวัติ

กำแพงเมืองจีนได้ถูกทำขึ้นเมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกในประวัติศาสตร์ของชาวจีน วัตถุประสงค์ก็เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางตอนเหนือ โดยมีจัดทำเพิ่มเติมโดยฮ่องเต้องค์ต่อมาอีกหลายพระองค์ จนเกิดผลสำเร็จในที่สุด กำแพงเมืองจีนเป็นงานก่อสร้างที่สุดมหัศจรรย์ที่สุดของโลกเท่าที่เคยมีมา

มีข้อเท็จจริงบางประการเกี่ยวกับกำแพงเมืองจีนดังนี้

1. เราไม่สามารถที่เห็นกำแพงเมืองจีนจากดวงจันทร์ได้ ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ ที่สร้างโดยน้ำมือมนุษย์ แม้แต่อย่างเดียวที่จะสามารถมองเห็นจากดวงจันทร์ ในระดับ low earth orbit เราจะสามารถมองเห็นกำแพงเมืองจีนโดยใช้ radar การที่เรามองเห็นกำแพงเมืองจีนเป็นเรื่องยากเนื่องจาก สีของกำแพงเมืองจีนจะกลืนไปกับสีของธรรมชาติ ก็คือสีของดิน และหิน

2. กำแพงเมืองจีนไม่ใช่กำแพงยาวตลอด แท้จริงแล้วกำแพงเมืองจีน ถูกทำขึ้นในหลายยุคหลายสมัยกินเวลานานนับพันปี โดยจะเป็นการต่อกำแพงแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน จนทอดยาวหลายพันกิโลเมตร

3. กำแพงเมืองจีนเปรียบเสมือนหลุมศพของผู้ก่อสร้างได้มีการบันทึกไว้ว่า นักโทษจากสงครามและทาสกว่า 1 ล้านคน ถูกบังคับใช้เป็นแรงงงานเพื่อก่อสร้างกำแพงเมืองจีน ซึ่งคนจำนวนมากเหล่านี้ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากความเหน็ดเหนื่อย และความหิวโหย ซึ่งศพผู้ที่ตายแล้วก็จะถูกฝังอยู่ข้างใต้กำแพงนั่นเอง นานนับศตวรรษแล้ว ที่กำแพงเมืองจีนได้ชื่อว่าเป็นหลุมศพมีความยาวที่สุดในโลก เป็นที่ว่ากันว่าทุกๆ หนึ่งฟุตของกำแพงเมืองจีนก็คือหนึ่งชีวิตของผู้ทำกำแพง

4. ความยาวของกำแพงเมืองจีนนั้น จนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครทราบความยาวที่แท้จริงของกำแพงเมืองจีน แต่ในภาษาจีน จะเรียกกันว่ากำแพงเมืองจีนว่า “กำแพงยาวหมื่นลี้” (หนึ่งลี้มีความยาวประมาณ 1/3 ไมล์) โดยคร่าวๆ มีความยาวราวๆ ประมาณ 4 พันไมล์ หรือ 6,350 กิโลเมตร ทอดผ่านทุ่งหญ้า ทะเลทราย และเทือกเขาสูง ความสูงของกำแพงคือ 7 เมตร และกว้าง 5 เมตร

5. การทำกำแพงเมืองจีน ปกป้องการรุกรานได้หรือไม่ การเข้าครองอำนาจของมองโกล และแมนจู ทั้ง 2 ครั้งที่เกิดขึ้นจากความอ่อนแอ ของราชวงศ์ที่ปกครองประเทศจีนในขณะนั้นๆ พวกเขาใช้โอกาสในขณะที่เกิดศึกภายใน เข้ายึดครองประเทศจีน โดยมีการต่อต้านที่น้อยมาก

6. กำแพงเมืองจีนไม่ได้เป็นแค่กำแพง ทุกๆ 300 ถึง 500 หลา จะมีฐานบัญชาการเพื่อใช้สับเปลี่ยนเวรยามและใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ มีหอสังเกตการณ์กว่า 1 หมื่นแห่ง

7. กำแพงเมืองจีนเป็นทางสัญจร ในระยะแรก ประโยชน์ของกำแพงเมืองจีนก็คือ มันช่วยให้การคมนาคมและขนส่งได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

8. กำแพงเมืองจีนทำขึ้นโดยใช้อะไรเป็นส่วนประกอบ ก่อนที่จะมีการใช้อิฐในการก่อสร้าง กำแพงเมืองจีนถูกทำขึ้น โดยใช้หิน ดิน และไม้ บางทีก็มีการแพ็คดินไว้ระหว่างไม้แผ่นใหญ่ และมัดไว้ด้วยกันโดยเสื่อทอ อยู่แถวกรุงปักกิ่ง กำแพงเมืองจีนถูกทำโดยใช้หินอ่อน ในบางสถานที่กำแพงถูกทำโดยใช้หินแกรนิต บางแห่งก็ใช้ดินเผา ทางตะวันตกของจีน กำแพงถูกทำโดยใช้โคลน จึงทำให้เกิดความเสียหายได้ง่ายกว่า กำแพงเมืองจีนที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ส่วนมากถูกทำในราชวงศ์หมิง โดยใช้วัตถุที่ทนทานกว่า

9. สภาพของกำแพงเมืองจีนในขณะนี้ รายงานผลการตรวจสอบของนักอนุรักษ์ในปี 2004 กล่าวว่า ขณะนี้ กำแพงเมืองจีนที่ยาว 6,350 กิโลเมตร เหลือให้เห็นเพียง 1/3 เท่านั้น และกำลังสั้นลงเรื่อยๆ เนื่องจากการขาดการดูแลโดยเฉพาะจากชาวไร่ชาวนาที่อาศัยอยู่ใกล้ๆกับกำแพงเมืองจีน ไม่สนใจที่ให้กำแพงเมืองจีนเป็นสมบัติของชาติ

Posted in สิ่งมหัศจรรย์ Tagged , , ,

ชิเชน อิตซา sbobet

ชิเชน อิตซา

ชิเชน อิตซา

เรื่องวันสิ้นโลกที่กล่าวขานกันมานานในปี 2012 ซึ่งเรื่องราวความเชื่อดังกล่าวก็ได้มาจากปฏิทินของชาวมายา ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณในอเมริกากลาง ได้อยู่พื้นที่บริเวณประเทศเม็กซิโกคาบเกี่ยวกับเบลีซและกัวเตมาลา ได้มีความเจริญก้าวหน้า รุ่งเรื่องถึงขีดสุดในช่วง 500 ปี ที่ผ่านมาจนกระทั่งถึง ค.ศ. 1502 ศูนย์กลางอยู่ที่นครวากา ปัจจุบันคือ เอลเปรู มีอายุร่วมสมัยเดียวกับอารยธรรมเตโอตีอัวกาน เป็นอาณาจักรที่กว้างใหญ่ กินพื้นที่ 3 ประเทศคือเม็กซิโก กัวเตมาลา และฮอนดูรัส ซึ่งที่เราเรียกว่าชาวมายานี้มีความสามารถ ภูมิปัญญา ทางดาราศาสตร์ ามารถทำนายเวลาเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคาได้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน และรู้จักการทำปฏิทินประดิษฐ์เลขศูนย์ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ ปฏิทินของชาวมายาเป็นที่ยอมรับว่ามีความเที่ยงตรงอย่างมาก เพราะเป็นปฏิทินที่ทำขึ้นจากระบบดวงดาว โดยปฎิทินดังกล่าวไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลยถึง 380,000 ปี แต่แล้วมีเริ่มต้นก็มีจุดสิ้นสุด ปฏิทินของชาวมายากลับสิ้นสุดลงถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2012 ทำให้เกิดการเข้าใจผิดต่างๆ นานา ว่าโลกจะดับสูญวันดังกล่าว sbobet

ถึงแม้ว่าในวันที่ 21 ธ.ค. 2012 ที่ผ่านมาไม่ได้เกิดอะไรที่หลายๆ คนได้คิดกันต่างๆ นานา ก็ตามชาวมายาก็ได้ทำชาวโลกยุคปัจจุบันได้ปั่นป่วนกันไม่น้อย แต่สิ่งที่ยังยืนยงก็คือปัจจุบันนี้ อาณาจักรมายาโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ลึกลับชวนค้นหา ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างหลายอย่างด้วยกันที่ยังคงสภาพมาจนปัจจุบัน ส่วนสถานสำคัญของอาณาจักรมายา ได้แก่ “ชิเชน อิตซา” ซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้วถูกโหวตห้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ที่ได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 7 เดือน 7 ปี 2007 โดยเป็นวิหารที่โด่งดังที่สุดของชนเผ่ามายา เรียกว่าเมืองหลวงของชนเผ่ามายาเลยก็ได้ และนอกจากชิเชน อิตซา แล้ว ยังมีปิรามิดและวิหารโบราณของอาณาจักรมายาอีกหลายแห่งด้วยกันที่ล้วนแต่มีใหญ่โตสวย เช่น ตีกัล ซึ่งเป็นซากเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่สุดของอารยธรรมมายา sbobet

Posted in สิ่งมหัศจรรย์ Tagged , , ,

บอลสเต็ป – เจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิง

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิง

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิง

สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่หลายๆคนยังไม่เป็นที่รู้จักมากสักเท่าไร่ ซึ่งสิ่งนั้นก็เป็นสิ่งที่ได้รับการโหวตให้เป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นั้นก็คือ เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง(Porcelain Tower of Nanking) ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งนั้นก็ตั้งที่วัดต้าเป้าเอินในเมืองนานกิงซึ่งเป็น เมืองเอกของมณฑลเจียงซู อยู่ทางตอนเหนือของจีน และได้ถูกทำการจัดการก่อสร้างขึ้นเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 15 ตามความเชื่อทางศาสนาของประเทศจีน สมัยของราชวงศ์หมิง โดยชาวพุทธศาสนิกชนชาวจีนเป็นผู้ร่วมกัน ร่วม ร่วมใจ ในการก่อสร้างเจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง(Porcelain Tower of Nanking) ไว้ในครั้งนี้ โดยที่เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง(Porcelain Tower of Nanking)ออกแบบเป็นทรงแปดเหลี่ยม ความสูงทั้งสิ้น 9 ชั้นหลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวมีกระดิ่งแขวนไว้ทั้งหมด 80 ลูกบอลสเต็ป และมีเสียงเล่าลือกันจนเป็นตำนานว่ากันว่าบนยอดเจดีย์นั้น มีลูกบอลทำด้วยทองติดอยู่ ประกอบด้วยเหล็กที่เป็นวงแหวนล้อมรอบถึง 9 วง นอกจากนี้ว่ากันอีกว่ายังมีไข่มุกขนาดใหญ่ 5 เม็ดอยู่ที่ปลายซึ่งตรงจุดนี้ถือเป็นเครื่องรางบอกความมีโชคมีชัยของกรุงนานกิงบอลสเต็ป

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิง

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิง

สำหรับการสร้างโดยพุทธศาสนิกชนชาวจีนในครั้งนี้จัดทำการก่อสร้างไว้ในครั้งแรกเพียง 3 ชั้นเท่านั้น  และในยุคของจักรพรรดิยุ่งโล้แห่งราชวงค์เหม็งราวๆปี พ.ศ. 1973 ได้โปรดให้สร้างเพิ่มขึ้นไปอีกรวมเป็น 9 ชั้น มีบันไดวน184 ขั้น เป็นการสร้างเพื่อระลึกถึงคุณบิดามารดา และภายในเจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง จักรพรรดิ์ยุ่งโล้ได้บรรจุเครื่องบูชาที่ทำ ด้วยของมีค่า พวกเงิน ทองคำ และอัญมณีอื่นๆ จำนวนมาก ภายหลังเจดีย์แห่งนี้ได้ถูกฟ้าผ่า และถูกกบฎไต้เผ็ง ทำลายเมื่อปี พ.ศ. 2396 ถึงแม้ว่าจะเสียหายไปมากแต่ก็ยังมีความสวยสดงดงามและได้มีการบูรณะเจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง เพื่อเป็นตำนานความสวยงามสืบสู่ลูกหลานบอลสเต็ป

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิง

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เจดีย์กระเบื้องเคลือบเมืองนานกิง

Posted in สิ่งมหัศจรรย์ Tagged , , ,

รูปปั้นพระเยซูคริสต์ (แทงบอลออนไลน์)

รูปปั้นพระเยซูคริส สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

รูปปั้นพระเยซูคริส สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ตั้งอยู่บนยอดเขากอร์โกวาดู ( Corcovado Mountain ) ในนครรีโอเดจาเนโร ( Rio de Janeiro ) ประเทศบราซิล ( Brazil ) คือ Christ the Redeemer ( statue ) ซึ่งได้รับเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งอยู่ในช่วงยุคใหม่ และถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนครรีโอเดจาเนโร เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวคริส รวมทั้งเป็นที่ ที่นักท่องเที่ยวมักมาเยี่ยมความอลังการของสิ่งก่อสร้างนี้ด้วย ซึ่งรูปปั้นพระเยซูคริสต์ ตั้งอยู่บนยอดเขากอร์โกวาดูเป็นสิ่งอลังการทีสูง 30 เมตร กว้าง 38 เมตร ซึ่งได้ทำการวัด วัดจากปลายแขนซ้าย ถึงปลายแขนขวา น้ำหนักรวมทั้งหมด 635 ตัน ซึ่งเป็นรูปปั้นพระเยซูคริสต์ ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลกเลยก็ว่าได้ ด้วยระดับความสูงของที่ตั้งถึง 710 เมตร แม้จะอยู่บนจุดสูงสุด รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ก็สามารถทนกับสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี ด้วยการก่อสร้าง ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หุ้มด้วยหินสบู่ ( Soapstone ) เนื่องจากมีความทนทานสูง และทำการก่อสร้างโดย ช่างแกะชาวฝรั่งเศล นามว่า Paul Landowski  ออกแบบโดยโครงสร้างนำโดยวิศวกรชื่อ Albert Caquot   ผู้ออกแบบสถาปัตกรรม เป็นวิศวกรชาวบราซิล ชื่อว่า Heitor da Silva Costa(แทงบอลออนไลน์)

ส่วนประวัติความเป็นมาของรูปปั้นพระเยซูคริสต์นั้น เมื่อเจ้าหญิง Isabel สนับสนุนให้หลวงพ่อ Pedro Maria ก่อสร้างรูปปั้นทางศาสนาขนาดใหญ่ เมื่อ ปี 1921 และทำการก่อสร้างเมื่อปี 1922 รูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่มีขนาดใหญ่ โดยการก่อสร้างนั้นใช้ระยะเวลา 9 ปี โดยนับตั้งแต่ คริสศักราช 1922 ไปจนถึง 1931 โดยใช้รถไฟในลำเลียงสิ่งก่อสร้าง(แทงบอลออนไลน์) วัตถุดิบในการก่อสร้างต่างๆ รวมถึงคนงานด้วย ขึ่นสู่ยอดของเขา ซึ่งการก่อสร้างครั้งนี้ได้งบประมาณทั้งสิ้น 8,750,000 บาท ( 250,000 เหรียญสหรัฐ ) และรูปปั้นพระเยซูคริสต์ได้เคยโดนภัยจากธรรมชาติ จากการถูกฟ้าฝ่าแต่ก็ไม่เป็นไรเนื่องจากหินสบู่ที่ถูกห่อหุ้มเป็นอย่างดีรอบตัวรุปปั้น(แทงบอลออนไลน์)

Posted in สิ่งมหัศจรรย์ Tagged , , ,

(sbo)สิ่งมหัศจรรย์ – ทัชมาฮาล

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทัชมาฮาล

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล ถูกจัดทำขึ้นโดยจักรพรรดิ์ชาห์ เจฮัน ( Emperor Shah Jahan ) เพื่อรำลึกถึงความรักให้แก่ พระมเหสีมุมทัช มาฮาล ( Mumtaz Mahal ) ทัชมาฮาลที่สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ์ชาห์ เจฮัน ( Emperor Shah Jahan ) ถูกสร้างระหว่าง ค.ศ.1630-1648 ที่สวนริมผั่งแม่น้ำยมนา เมืองอัครา ออกแบบโดยอุสตาด ไอสา (Ustad lsa) โดยส่วนประกอบของทัชมาฮาล ประกอบด้วย หินอ่อนสีขาวจากเมืองมะครานา หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีบุระ หินอ่อนสีเหลืองจากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์ เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการัง อยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย หินเจียระไนสีฟ้าจากเกาะลังขะ เพชรจากเมืองบนทลขัณฑ์ ด้วยสิ่งประกอบดังต่อไปนี้ และรูปทรงการสร้างกันอย่าได้ลงตัว ทำให้สถาปนิกทั่วโลกยอมรับว่าสร้างได้สวยสดงดงามพร้อมกับความลงตัวของสัดส่วนที่สุด และมีความกว้างด้านละ 100 เมตร ส่วนตรงกลางมีโดมสูง 60 เมตร โดยที่จะมีมุมสี่มุมแวดล้อมไปด้วยโดม และภายในโดมขนาดใหญ่จะมีโลงศพหินอ่อนประดับด้วยอัญมณีมากมายบรรจุอยู่ แต่นั้นเป็นแค่โลงเปล่าไม่ได้มีพระศพ ส่วนพระศพจริงๆนั้นอยู่ในอุโมงค์ข้างใต้โลงหินนั้น (sbo)
แต่เดิมมาแล้วนั้นชาห์ เจฮันตั้งใจที่จะจัดทำการสร้างเพื่อตัวพระองค์เองอีกที่ของฝั่งของแม่น้ำยมนา (sbo)โดยสร้างให้เหมือนกับทัชมาฮาลแต่สร้างด้วยหินอ่อนสีดำ แต่ทว่าสิ่งที่น่าคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อถูกจับขังถึง 7 ปี ด้วยพระโอรสของพระองค์เอง และสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมาและพระศพของพรองค์ถูกฝังอยู่เคียงข้างมิ่งมเหสีสุดที่รักนั่นเอง ส่วนสถาปนิกผู้ออกแบบทัชมาฮาล ก็ถูกสั่งประหาร เพื่อไม่ให้ออกแบบสิ่งที่สวยสดงดงามกว่าทัชมาฮาล ส่วนสถานที่แห่งนี้เป็นที่ยอมรับและได้รับคัดเลือกจากคนทั่วโลก 100 ล้านคนในการโหวตให้เป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกโดยผ่านทางเว็บไซต์ www.new7wonders.com และเอสเอ็มเอสของโทรศัพท์ มือถือ(sbo)

Posted in Uncategorized Tagged , , , ,

หอเอนเมืองปิซา

หอเอนเมืองปิซา สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

หอเอนเมืองปิซา สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

หอเอนเมืองปิซา (อิตาลี: Torre pendente di Pisa หรือ La Torre di Pisa, อังกฤษ: Leaning Tower of Pisa) ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร

การสร้าง
เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1173 สร้างเสร็จเมื่อปี 1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว ต่อมาในปี ค.ศ.1272 โดย Giovanni di Simone สร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้สมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ ก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม ต่อมาก็มีการสร้างหอต่อขึ้นอีกและสร้างเสร็จ 7 ชั้น ในปี ค.ศ.1319 แต่หอระฆังถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1372 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปี
หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 1990-2001 หอเอนปีซาได้รับการปรับปรุงฐานให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้หอล้มลงมา

หอเอนเมืองปิซา สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

หอเอนเมืองปิซา สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ประวัติ
กาลิเลโอ กาลิเลอิ เคยใช้หอนี้ทดลองเกี่ยวกับเรื่อง แรงโน้มถ่วง ในตอนที่เขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปิซา โดยใช้ลูกบอล 2 ลูกที่น้ำหนักไม่เท่ากันทิ้งลงมา เพื่อพิสูจน์ว่า ลูกบอล 2 ลูกจะตกถึงพื้นพร้อมกัน ซึ่งก็เป็นไปตามที่กาลิเลโอคาดไว้
ในปี ค.ศ.1934 เบนิโต มุสโสลินี พยายามจะทำให้หอกลับมาตั้งฉากดังเดิม โดยเทคอนกรีตลงไปที่ฐาน แต่กลับทำให้หอยิ่งเอียงมากขึ้นไปอีก กองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ยิงปืนใหญ่ใส่หอเอนเมืองปิซา
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1964 รัฐบาลอิตาลี พยายามหยุดการเอียงของหอเอนเมืองปิซา โดยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น วิศวกร นักคณิตศาสตร์ และนักประวัติศาสตร์ โดยใช้เหล็กรวมกว่า 800 ตัน ค้ำไว้ไม่ให้หอล้มลงมา
ในวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1990 หอเอนเมืองปิซาถูกปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังขุดดินของอีกด้านหนึ่งออก เพื่อให้สมดุลยิ่งขึ้น และในวันที่ 15 ธันวาคม 2001 หอเอนเมืองปิซาถูกเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอีกครั้ง และถูกประกาศว่าสมดุลแล้วใน 300 ปีต่อมาหลังจากเริ่มทำการปรับปรุง
ค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
นอกจากนี้หอเอนเมืองปิซานี้ช่วยให้กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ ชาวอิตาเลียน ผู้มีชื่อเสียงของโลก ได้ทดลองความจริง เรื่องน้ำหนักของของที่ตกเป็นผลสำเร็จอีกด้วย

Posted in สิ่งมหัศจรรย์ Tagged , , ,